คำตอบสั้น ๆ: ประมาณ 2–4 กิโลกรัมต่อเดือน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ที่ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปประมาณ 1–2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราว 0.5–1 กิโลกรัม มีแนวโน้มรักษาน้ำหนักที่ลดได้ดีกว่าผู้ที่ลดเร็วกว่า เมื่อนำมาเทียบเป็นรายเดือนจึงอยู่ที่ประมาณ 2–4 กิโลกรัม แต่ตัวเลขจริงอาจแกว่งจากน้ำในร่างกาย โซเดียม ฮอร์โมน และอาหารในระบบย่อย

บางสัปดาห์น้ำหนักอาจไม่เปลี่ยนทั้งที่พฤติกรรมกำลังดีขึ้น จึงควรดูแนวโน้มอย่างน้อยหลายสัปดาห์ ร่วมกับรอบเอว ความแข็งแรง คุณภาพการนอน และผลตรวจสุขภาพ แทนการตัดสินจากน้ำหนักวันเดียว

ตั้งเป้าจากร้อยละของน้ำหนักเริ่มต้น

สถาบัน NIDDK แนะนำว่าเป้าหมายเริ่มต้นที่สมเหตุผลสำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน คือการลดประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตั้งต้นภายใน 6 เดือน ตัวอย่างเช่น หากเริ่มที่ 80 กิโลกรัม เป้าหมายระยะแรกอาจอยู่ที่ประมาณ 4–8 กิโลกรัม ไม่จำเป็นต้องไปถึงน้ำหนักในอุดมคติทันที

การลดเพียงส่วนหนึ่งของน้ำหนักตั้งต้นก็อาจช่วยด้านตัวชี้วัดสุขภาพได้ เป้าหมายที่เล็กและวัดผลได้ยังเปิดโอกาสให้ทบทวนว่าแผนอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน และการจัดการความเครียดเหมาะกับชีวิตจริงหรือไม่

ติดตามผลโดยไม่ให้เครื่องชั่งควบคุมชีวิต

เลือกวิธีติดตามที่ให้ข้อมูลเพียงพอแต่ไม่เพิ่มความกังวล หากการชั่งน้ำหนักกระตุ้นความเครียดหรือพฤติกรรมการกินที่ไม่ปลอดภัย ควรลดความถี่และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ชั่งในช่วงเวลาและเงื่อนไขใกล้เคียงกัน แล้วดูค่าเฉลี่ยหรือแนวโน้มรายสัปดาห์
  • วัดรอบเอวเดือนละครั้ง และใช้เสื้อผ้าหรือสมรรถภาพเป็นข้อมูลประกอบ
  • ตั้งเป้าพฤติกรรม 1–2 ข้อ เช่น เดิน 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ หรือเพิ่มผักในมื้อหลัก
  • ทบทวนแผนทุก 2–4 สัปดาห์ โดยปรับทีละเรื่องแทนการเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน

เมื่อใดไม่ควรเร่งลดน้ำหนักด้วยตนเอง

เด็กและวัยรุ่น ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สูงอายุที่เสี่ยงสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ผู้มีเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือใช้ยาที่มีผลต่อน้ำหนักและน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนตั้งเป้าลดน้ำหนัก

ควรหยุดแผนและขอความช่วยเหลือหากมีหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น อ่อนแรงมาก ประจำเดือนผิดปกติ กินแบบควบคุมไม่ได้ อาเจียนหรือใช้ยาระบายเพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือมีความคิดหมกมุ่นกับอาหารและรูปร่างจนรบกวนชีวิตประจำวัน

แหล่งข้อมูลหลัก

อ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  1. Steps for Losing WeightCenters for Disease Control and Prevention
  2. Choosing a Safe & Successful Weight-loss ProgramNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases
  3. Overweight and Obesity TreatmentNational Heart, Lung, and Blood Institute

YOUR FEEDBACK

ความโปร่งใสของบทความ

บทความนี้เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการจากแหล่งอ้างอิงที่เปิดเผย ยังไม่ได้ระบุผู้ตรวจทานทางคลินิกจนกว่าจะยืนยันตัวตนและคุณวุฒิได้

อ่านนโยบายกองบรรณาธิการ →