ทำไมรอบเอวจึงให้ข้อมูลเพิ่ม
NIDDK อธิบายว่า BMI ประเมินน้ำหนักสัมพันธ์กับส่วนสูงแต่ไม่ได้วัดไขมันโดยตรง ขณะที่รอบเอวช่วยสะท้อนการสะสมบริเวณหน้าท้อง ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก
คนกล้ามเนื้อมาก ผู้สูงอายุ และคนเชื้อสายเอเชียบางกลุ่มอาจตีความ BMI ต่างกัน การดูรอบเอว ความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด ประวัติครอบครัว และสมรรถภาพร่วมกันจึงให้ภาพกว้างกว่า
ขั้นตอนวัดให้ทำซ้ำได้
แนวทางตำแหน่งวัดอาจต่างกันเล็กน้อย ควรเลือกวิธีเดียวและบันทึกไว้เพื่อเทียบกับตัวเองในอนาคต
- ยืนตัวตรง ผ่อนท้อง และถอดเสื้อหนาหรือของที่กดรัดบริเวณเอว
- วางสายวัดแนวนอนรอบลำตัวตามตำแหน่งที่แนวทางหรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
- ให้สายแนบผิวหรือเสื้อบางโดยไม่รัดจนยุบ และไม่บิดเอียงด้านหลัง
- หายใจออกตามปกติแล้วอ่านค่า วัดซ้ำหนึ่งครั้งหากค่าต่างกันมาก
ติดตามแนวโน้มแทนการไล่ตามมิลลิเมตร
วัดเดือนละครั้งหรือทุก 4–8 สัปดาห์ในเวลาใกล้เคียงกันก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ การวัดหลังมื้อใหญ่ ช่วงท้องอืด หรือคนละตำแหน่งทำให้ค่าเปลี่ยนโดยไม่สะท้อนการเปลี่ยนของไขมัน
บันทึกร่วมกับพฤติกรรม เช่น การเดิน การฝึกกล้ามเนื้อ การนอน และอาหาร หากตัวเลขทำให้กังวลหรือกระตุ้นพฤติกรรมไม่ปลอดภัย คุณสามารถไม่วัดและใช้ตัวชี้วัดอื่นได้
อย่าใช้จุดตัดเดียววินิจฉัยตัวเอง
ค่าอ้างอิงในแต่ละประเทศและประชากรไม่เหมือนกัน ตัวเลขจากสหรัฐฯ ไม่ควรนำมาใช้กับคนไทยโดยไม่พิจารณาแนวทางท้องถิ่น บุคลากรทางการแพทย์ช่วยแปลผลร่วมกับอายุ เพศ เชื้อชาติ โรคประจำตัว และผลตรวจอื่น
ควรพบแพทย์หากหน้าท้องโตขึ้นรวดเร็วร่วมกับปวด ท้องแข็ง บวม หายใจลำบาก น้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ หรือมีอาการใหม่ เพราะอาจไม่ใช่การเปลี่ยนไขมันทั่วไป
แหล่งข้อมูลหลัก
อ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
YOUR FEEDBACK
บทความนี้เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการจากแหล่งอ้างอิงที่เปิดเผย ยังไม่ได้ระบุผู้ตรวจทานทางคลินิกจนกว่าจะยืนยันตัวตนและคุณวุฒิได้
อ่านนโยบายกองบรรณาธิการ →